ดาโกะบล็อกไทย เรื่องราวสัพเพเหระของสตาฟฟ์ไทยหัวใจดาโกะ
ตั้งแต่สากกะเบือเปื้อนปลาร้ายันเรือรบยามาโมโต้!!!
| พิเศษ คิวชู! | 03/Feb/2010 |
ระหว่าง (หลง) ทาง
หลังร่ำลาคาเมทานิซังและฮั่นซังกับ Sunset สวยๆ ที่โยชิโนการิเรียบร้อย ก็ไปต่อกันที่ Sunline
.
เปล่า เราไม่ได้จะพาชวนไปดูพระอาทิตย์ที่ไหนอีก แต่คืนนี้เราตัดสินใจจะพักกันที่นี่ ที่ Hotel Sunline Fukuoka โรงแรมเล็กๆ แต่น่ารัก ด้านหน้าโรงแรมเป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่เก๋ๆ ให้นั่งเล่นได้ แล้วก็มีอินเตอร์เนตให้ใช้ได้ฟรีๆ
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะมานั่งเช็คเมลใครทั้งสิ้น เพราะตอนนี้ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว สตรอเบอรี่เมื่อตอนบ่ายคงถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปหมดแล้ว (ช่วงนี้เลือดอาจจะหวานฉ่ำเป็นพิเศษ) ความหิวมากล้ำกรายเราอีกครั้ง เรารีบเก็บข้าวของ (จริงๆ ต้องบอกว่าเทกระจาดข้าวของ) แล้วเลือกเอาเฉพาะสิ่งจำเป็นที่ต้องนำติดตัวไปด้วยเท่านั้น เพื่อความคล่องตัว และคล่องพุง
.
เป้าหมายของเราในคืนนี้อยู่ที่ร้านยะไต้ (Yatai)
.
และแม้โรงแรมของเราจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแค่ปากซอย (เดินไม่ถึง 2 นาที) แต่เราก็เลือกที่จะเดินไป เราตั้งใจแล้วจะเดินชมนก ชมไม้ (ป่านนี้คงเห็นหรอก) ชมเมือง ชมบ้าน ชมร้าน ชมถนนไปเรื่อยเปื่อย

เป็นความเรื่อยเปื่อยที่มาพร้อมกับความหนาวเย็นประมาณ 0 องศา !
.
เราเดิน เดิน เดิน แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ จนเริ่มสับสนขึ้นมานิดหน่อย ตอนแรกเรากะว่าใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็น่าจะถึงได้ แต่ตอนนี้สี่สิบห้านาทีแล้วก็ยังไม่ถึง เริ่มรู้สึกว่ามันไกลกว่าที่คาดไว้ อีกทั้งอากาศก็ยังหนาวเข้าไส้เข้าไปทุกที (อันนี้แหละที่เป็นปัญหา) แผนที่เมืองฟุคุโอกะที่เราหยิบติดมือมาจากที่โรงแรมถูกกางออกอีกครั้ง เรายืนหันรีหันขวางมองหาป้ายถนนหนทางอยู่สักพัก ไม่นานก็มีวัยรุ่นหนุ่มสาวสองคนเดินเข้ามาทัก
.
ชายหนุ่มในชุดหนังโฉบเฉี่ยวมันวับมากับทรงผมแบบเดียวกับชาวไซย่า มาพร้อมหญิงสาวเปรี้ยวปรี๊ดในชุดประโปรงสั้นกับถุงน่องลายตาข่าย ด้านล่างเป็นบูตส้นสูงที่เดาเอาจากสายตาไม่น่าจะต่ำกว่า 5 นิ้ว !
.
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”
“อ้อ คือพวกเราจะไปที่ร้านยะไต้แถวๆ นี้นะครับ” มือชี้ไปที่ตำแหน่งของร้านยะไต้ที่อยู่แถวๆ คลองนาคะสุ แหล่งรวมร้านยะไต้อีกแห่ง ที่ว่ากันว่าบรรยากาศดีที่สุดและคึกคักที่สุดในเมืองฟุคุโอกะ
“อืม งั้นอาจจะต้องเดินไปอีกไกลหน่อยนะ ตอนนี้คุณกำลังอยู่บนถนน... เดินไปทาง... สังเกตที่ร้าน... เลี้ยวขวา... เลี้ยวซ้าย... เลี้ยวขวา... เลี้ยวซ้าย... บลา บลา บลา ถ้าเดินจากตรงนี้ก็ประมาณอีกครึ่งชั่วโมงได้”
.
ชายหนุ่มชี้มือชี้ไม้ในแผนที่แล้วพูดไปด้วยอย่างคล่องแคล่ว พอพูดจบพวกเราก็พูดขึ้นพร้อมกันว่า อ๋อ !
.
ที่อ๋อนี่ไม่ใช่ว่ารู้แล้ว แต่หมายความว่าไม่ไปแล้วต่างหาก
.
จากบทสนทนาข้างต้น หลายคนอาจจะคิดว่าผมพูดญี่ปุ่นได้เก่งกาจขนาดนั้นเชียว ขอบอกว่ากระบิเดียวก็ไม่ได้ครับ ที่สนทนาด้วยกันกับหนุ่มคนนั้นน่ะเป็นเพื่อนร่วมทางที่มาด้วยกันต่างหาก เพื่อนร่วมทางของผมคนนี้เป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น (ดินแดงไม่เกี่ยว) หน้าตาดีขนาดที่ว่าเบียดกับสิงโตเดอะสตาร์ได้สบาย เค้ามาเพื่อคอยเป็นทอร์คกิ้งดิกดิ้นได้ของพวกเรา
.
เป็นอันว่าหนุ่มญี่ปุ่นสุดเท่คนนั้นผมไม่ได้คุยด้วย แต่ที่คุยด้วยเป็นอีกคนที่มาด้วยกัน
.
ใช่แล้ว ! คนที่ใส่ถุงน่องลายตาข่ายและบูตส้นสูงห้านิ้วคนนั้น
.
“มาจากไหนเหรอคะ”
“ประเทศไทยครับ รู้จักไหม”
“อ้อ คนไทยเหรอคะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณค่ะ”
.
โชคดีที่เธอพอจะพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย แม้จะฟังดูกระท่อนกระแท่น แต่ก็ยังดูน่ารัก (คนน่ารักทำอะไรก็ดูน่ารักอยู่แล้ว) เธอบอกเคยไปเที่ยวกรุงเทพฯ ครั้งหนึ่ง และประทับใจกรุงเทพฯ มากมาย ไม่รู้ว่ารวมหนุ่มกรุงเทพฯ ด้วยไหมที่เธอประทับใจ
.
เธอพูด “ขอบคุณค่ะ” พร้อมๆ กับยกมือขึ้นพนมมือไหว้ จริงๆ เธอคงอยากจะพูดสวัสดี แต่คงจะจำประโยคผิดไป
ผมต่างหากที่ควรต้องพูดคำนี้
.
“ขอบคุณครับ”
.
ขอบคุณในน้ำใจดีๆ ที่มีให้กัน
.
ระหว่าง (หลง) ทาง
.

จัดระเบียบยะไต้
สรุปว่าเราจะไม่ไปยะไต้ แต่เราจะไปยะไต้แทน
.
ยะไต้แถวแม่น้ำนาคะที่เราตั้งใจไว้ทีแรก เราเปลี่ยนใจขอติดไว้คราวหน้า เพราะดูจะไกลเกินไปหน่อยสำหรับช่วงเวลาอย่างนี้ ช่วงเวลาที่ทั้งหิวและทั้งสยิวกายไปด้วยพร้อมกัน
.
แต่เราจะไปยะไต้ในโซนที่ใกล้เข้ามาจากตำแหน่งที่เราอยู่ตอนนี้อีกสักหน่อย ก็เมืองนี้มียะไต้อยู่แค่ที่เดียวเสียเมื่อไร
.
ในเมืองฟุคุโอกะ ที่ไหนๆ ก็มียะไต้
.
แล้ว “ยะไต้” คืออะไร ?
.
สำหรับใครที่ยังไม่รู้
.
ยะไต้ ก็คือ ร้านอาหารเล็กๆ ที่มีลักษณะเป็นเหมือนร้านแผงลอยริมทาง อารมณ์ประมาณร้านรถเข็นขายก๋วยเตี๋ยว ขายข้าวแกงแบบบ้านเรานั่นแหละ สำหรับฟุคุโอกะ ยะไต้เป็นเหมือนสัญลักษณ์สำคัญและสีสันอย่างหนึ่งของเมืองนี้ เวลาไปถามคนญี่ปุ่นเรื่องยะไต้ ก็มักจะนึกถึงฟุคุโอกะเป็นอันดับต้นๆ เพราะที่นี่มีร้านยะไต้เปิดกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันในหลายๆ แห่ง หลายๆ โซนของเมือง

ประเภทของอาหารที่ขายกันในยะไต้ ก็จะเป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นที่เราน่าจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว อย่างพวกราเมน อุด้ง หม้อไฟ พวกอาหารเสียบไม้ ปิ้งย่าง หรือไม่ก็พวกกับแกล้ม พวกเหล้ายาปลาปิ้งอะไรประมาณนั้น จะว่าไปก็เป็นเมนูธรรมดาที่หาได้ทั่วไป แต่ที่ไม่ธรรมดาน่าจะเป็นเรื่องของบรรยากาศ

บรรยากาศของยะไต้จะเป็นร้านเล็กๆ ที่ดูเหมือนจะโทรม ไม่เน้นการตกแต่งสวยหรู เน้นเรียบง่ายและใช้งานได้จริง ในช่วงหน้าร้อน ร้านยะไต้จะเปิดโล่งๆ ให้ลมโกรกเข้ามาได้ ส่วนในหน้าหนาว จะมีผ้าใบกั้นอยู่รอบตัวร้าน ตัวผ้าใบเป็นแบบทึบกับแบบใสให้พอมองทะลุเข้าไปได้บ้างเล็กน้อย พื้นที่ภายในร้านค่อนข้างจะจำกัดสัดส่วนเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งสำหรับผู้ปรุงอาหารที่อยู่ด้านใน รวมๆ กับข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ยืนอย่างมากได้ไม่เกินสองคนก็หรูแล้ว ส่วนคนกินจะนั่งอีกฝั่ง มีส่วนของเคาน์เตอร์บาร์กั้นกลาง ยะไต้ร้านนึงจะมีพื้นที่พอๆ กัน ไม่เล็กไม่ใหญ่กว่ากันมากนัก ซึ่งน่าจะเป็นข้อกำหนดสำหรับความเป็นระเบียบเรียบร้อยของการใช้พื้นที่บนทางเท้าด้วย ยะไต้ร้านหนึ่งเข้าได้เต็มที่ไม่เกิน 8-10 คน ร้านไหนที่ยอดนิยมหน่อย ก็จะเห็นคนมายืนรอต่อคิวกันอยู่นอกร้านเต็มไปหมด ไม่มีที่นั่งก็ต้องยืนรอ

ส่วนมากยะไต้จะเริ่มขายกันตั้งแต่ช่วงประมาณหกโมงเย็น เรื่อยไปจนถึงประมาณตีสามตีสี่โน่น ร้านยะไต้จะไม่เปิดในช่วงเช้า หลังจากปิดร้านแล้วทุกร้านจะต้องเก็บร้านของตัวเองให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เรียบร้อยในที่นี่หมายถึงเก็บให้เรียบหายไปเลยนะ ไม่ใช่จะตั้งแต่โครงร้านโล่งๆ หรือรถเข็นเปล่าไว้แล้วรอขายต่อคืนนี้ได้ เพราะถือเป็นการเกะกะขวางทางเท้า และทำให้บรรยากาศของเมืองดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าญี่ปุ่นเข้มงวดแค่ไหนเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยบนที่ทางสาธารณะ ใครนึกอยากจะวางขายอะไรตรงไหนเมื่อไรก็ได้แบบบ้านเราได้ที่ไหนกัน
.
อย่าหาว่ามาตั้งแง่กับคนไทยกันเองเลยนะ บอกตามตรงว่าผมเองไม่มีปัญหาหรอก ใครอยากจะทำมาหากินอะไรก็เข้าใจ ผมเองก็ชอบนั่งเหมือนกัน ไอ้ร้านรถเข็นข้างทางอะไรเนี่ย เป็นขาประจำอยู่บ่อยๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ขอนิดนึงเหอะ จะตั้งจะวางร้านขายกันยังไงก็อยากให้มีขอบเขตกันนิดนึง เห็นใจคนเดินถนนบ้าง เว้นที่เว้นทางให้คนได้เดินผ่านไปผ่านมาบ้างก็ยังดี เคยเจออยู่บ่อยๆ วางขายซะจนเต็มฟุตปาธ จะเดินผ่านก็ยาก ต้องค่อยๆ หาช่องซอกแซกไปเอง บางทีก็ต้องเลี่ยงไปเดินบนถนน เสี่ยงให้มอเตอร์ไซค์วิ่งมาปาดแทนซะงั้น
.
ฟุตปาธ แปลว่า ทางเท้า ใช่หรือเปล่า ?
.
ถ้าไม่เห็นแก่คนอื่น ไม่เห็นแก่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองนี้ ก็ขอให้เห็นแก่ตัว (เอง) ...
.
น้อยลงนิดนึงก็ยังดีนะครับ
いつもKMTをご利用頂きまして、誠にありがとうございます。さて、当社オンライン予約システムが新しくなりましたので、その操作方法を、動画にてご案内させて頂きます。